เนื่องจากภาวะปัจจุบันนี้ ปัญหาอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากสถานประกอบการขนาดใหญ่ต่าง ๆ เช่น  โรงแรมห้างสรรพสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ต่างก็ใช้เครื่องปรับปฃอากาศเป็นตัวระบายความร้อน เพื่อปรับสภาวะอากาศภายในอาคารให้เหมาะสมต่อสภาวะการทำงาน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  ดังนั้น ค่าไฟฟ้าส่วนใหญ่จึงถูกใช้ไปกับระบบปรับอากาศมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด

 

 

 

 

         เครื่องปรับอากาศส่วนมากนิยมใช้น้ำเป็นตัวระบายความร้อนของคอนเดนเซอร์ ซึ่งน้ำเหล่านั้นประกอบด้วยสารประกอบและอยู่ในรูปของสารละลาย เมื่อน้ำไหลผ่านท่อระบายความร้อน  จะทำปฏิกิริยากับผิวอุปกรณ์ ทำให้สารประกอบเหล่านั้นเกิดการเปลี่ยนสถานะ ก่อตัวยึดแน่น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดตะกรัน, คราบตะกอน  เกิดขึ้นในคอนเดนเซอร์ ซึ่งเป็นตัวปิดกั้นและขัดขวางการไหลของน้ำเย็น  ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักมากขึ้นและใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้ต้องมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อทำความสะอาดระบบ การกระทำเช่นนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะหลังจากทำความสะอาดและเริ่มใช้ระบบได้ไม่นานก็จะเกิดปัญหาการสะสมของตะกอน, คราบตะกรัน และสิ่งสกปรกเกิดขึ้นอีก  ทำให้ต้องหยุดเครื่องเพื่อทำความสะอาดอีกครั้ง
         ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญมาที่สถานประกอบการเหล่านี้ ต้องคำนึงถึงต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ควรหาแนวทางในการประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของเครื่องปรับอากาศ ก็จะเกิดผลดีต่อธุรกิจประเภทนั้น ๆ และยังเป็นการช่วยกันประหยัดทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย หากในทางกลับกันถ้าธุรกิจนั้น ๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลืองก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อธุรกิจนั้นเช่นกัน

 

 

 

  • ประสิทธิภาพการทำงานใน Compressor และ Motor ลดลง
           - การสึกหรอของชิ้นส่วนใน Compressor และ Motor
           - ประสิทธิภาพของแกนเหล็ใน Motor ลดลง
  • การลดลงของประสิทธิภาพในการระบายความร้อนใน Condenser
           - การสะสมของสิ่งสกปรก, ตะกรัน, ฝุ่นและโคลน
           - คุณภาพของน้ำที่ใช้เติมเข้าระบบระบายความร้อนไม่ดี
           - เกิดแบคทีเรียและตะไคร่น้ำสะสมในระบบ

 

 

         จะเห็นว่าเครื่องปรับอากาศในระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมัน มักจะพบปัญหาส่วนใหญ่ คือ ในอุปกรณ์ระบายความร้อน (Condenser) ซึ่งมีท่อเล็ก ๆ จำนวนมาก เมื่อใช้น้ำไหลผ่านเพื่อระบายความร้อน  ซึ่งภายในท่อเหล่านั้น ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ควรดูแลรักษา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมาในภายหลัง
         หากมีการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนแล้ว ยังช่วยในการลดพลังงานสิ้นเปลืองและยังประหยัดอีกด้วย

 

 

 

 

  • กำจัดตะกรันใน Condenser
  • ตรวจและควบคุมคุณภาพของน้ำที่ใช้อย่าง
         สม่ำเสมอ
  • ตรวจซ่อมบำรุงคุณภาพ Compressor
         และ Motor อย่างสม่ำเสมอ
  •  

     

     

     

    1. การใช้สารเคมี
             - ป้องกันเฉพาะการเกิดตะกรันเกาะท่อ
             - ไม่สามารถป้องกันโคลน ฝุ่น หรือความสกปรกที่เกิดจากอากาศได้
             - อาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ และสภาพแวดล้อม
    2. หยุดเครื่องทำความสะอาด (การทำความสะอาดด้วยแปรง)
             - เสียเวลาหยุดเครื่องเพื่อทำความสะอาด
             - อาจเกิดการสึกหรอ หรือแตกของท่อใน Condenser
             - การทำความสะอาดไม่ต่อเนื่อง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาทำความสะอาดประมาณ 1-2 ครั้ง/ปี
             - มีค่าใช้จ่ายสูง
             - ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง
    3. การติดตั้งระบบทำความสะอาดคอนเดนเซอร์ (Online Cleaning System)
             - สามารถทำความสะอาดได้อย่างต่อเนื่อง และตลอดเวลาที่เครื่อง Chiller ทำงานอยู่
               ไม่ต้องเสียเวลาหยุดเครื่องเพื่อทำความสะอาด
             - เกิดการสึกหรอของท่อใน Condenser น้อยกว่าการทำความสะอาดด้วยแปรง
               เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด คือ ลูกบอลทำจากยาง
             - ลดการใช้สารเคมีบางส่วน ที่ดูแลภายในท่อ Condenser
             - ไม่ต้องทำความสะอาดแบบใช้แปรง
             - ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนสูงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและตลอดไป
             - ลดพลังงานสิ้นเปลือง ประหยัดกระแสไฟฟ้าได้ 10 - 15% เมื่อเทียบกับการทำความ
               สะอาดด้วยแปรง

     

     

     

     

             "G3S" ONLINE CLEANING SYSTEM สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เพราะใช้ระบบ Ball Cleaning System โดยการใช้ลูกบอลยางทำความสะอาดในท่อคอนเดนเซอร์อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่เครื่องปรับอากาศกำลังทำงานอยู่ และสามารถทำความสะอาดได้ถี่มากถึง 10 ครั้งต่อชั่วโมง

     

     

     Powered and Designed By 9Hosting.com   © Copyright 2003 G3S Co., Ltd. All rights reserved.